หุ้นเด้ง: Baggerstocks

รู้ และ เห็น ตามความเป็นจริง

หุ้น SPA : กับการเติบโตตามนักท่องเที่ยว

หุ้น SPA : กับการเติบโตตามนักท่องเที่ยว

หุ้น SPA เป็นหนึ่งในหุ้นที่โตตาม mega trend การท่องเที่ยว

แต่จากนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวลง จะส่งผลอย่างไรกับ SPA บ้าง?

 

เกริ่มนำ หุ้น SPA

SPA คือบริษัทที่ทำเกี่ยวกับสปา ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ

คือมีโรงเรียนสอนสปา ทำสปา รับบริหารสปา ไปจนถึงทำโรงแรม

 

มีจำนวนสาขาทั้งหมด 55 สาขา

-Rarinjinda 3 สาขา

Let’s Relax 39 สาขา   ในประเทศ 33 สาขา อีก 6 สาขาที่ จีน กัมพูชา

-BaanSuan 10 สาขา

-Stretch me 2 สาขา

-Face care 1 สาขา

SPA-Branch 1

 

SPA-Branch 2

 

SPA Branches

ปี 2018 เปิด 15 สาขา

ในประเทศ 10 สาขา

ต่างประเทศ 5 สาขา (ในรูปแบบ francise)

(บ้านสวนปิดไป 1 สาขา เพราะเจ้าของพื้นที่ขายพื้นที่)

จะเห็นว่าปี 2018 สาขาที่เปิดๆในช่วงปลายปี

SPA-Branch location

 

Tourist Arrivals to Thailand

75% ของลูกค้าเป็นลูกค้าต่างชาติ กลุ่ม(FIT กลุ่มที่เดินทางมาเอง)

ข่าวเรือล่มที่ภูเก็ต+ข่าวทำร้ายนักท่องเที่ยว ส่งผลต่อนักท่องเที่ยวจีนพอสมควร แต่ยังโตได้ และเป็นปีแรกที่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเกิน 10 ล้านคน (ตัวเลขนักท่องเที่ยวถือว่าสำคัญมาก ใครที่ติดตามกลุ่มท่องเที่ยวต้องตามเลขนี้แบบใกล้ชิด คอนเกต ฟันไม่ผุ เย้ยย)

SPA-Tourism year

 

New Domestic Branches

จะเห็นว่า SPA เริ่มกระจายความเสี่ยงมากขึ้น

การเปิดสาขา Stretch me 2 สาขา ส่วนหนึ่งก็น่าจะมากระจายจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มลูกค้าในประเทศมากขึ้น

แต่น่าจะยังต้องใช้เวลา

SPA-New Domestic branches

SPA-New Stores

 

 

Operational Performance

ภาพนี้จะทำให้เห็นภาพของ SPA ได้ชัดขึ้น

ลูกค้า 55% เป็นคนจีน ไต้หวัน

รายได้หลัก มาจาก Let’s Relax 87%

ขณะที่ Staff Utilization ใน Q4 ลดลง เหลือ 75% ซึ่งบริษัทมองว่าไม่ปกติ

SPA-Operational performance

 

จะเห็นได้ว่ารายได้ของ SPA ยังเติบโตต่อเนื่องจากการขยายสาขา และยอดขายจากสาขาเดิมที่โตขึ้น

จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการ เกิน 110,000 ครั้ง

SPA-Revenue growth

 

ทำให้ gross profit  drop ลง เป้าหมายในปีนี้คือรักษา gross profit ระดับ 34-36%

SPA-Gross profit growth

 

NPM เฉลี่ย อยู่ที่ 18-20%

การเปิดหนึ่งสาขาจะใช้เวลาในการที่ ebitda break event ประมาณ 3-6 เดือน

นั่นแปลว่า Q1 น่าจะได้เห็นผลจากการลงทุนของปีที่แล้วแบบเป็นรูปเป็นร่าง

 

 

Same Store Sale Growth ยังโตที่ 15% จากการขึ้นราคา+จำนวนลูกค้าที่เพิ่ม

ตัวเลขนี้สำคัญมากนะครับ จะเห็นได้ว่าผมเคยเขียนถึง

(COM7 ก็มี sssg ที่ยังโต แต่ Q4 มีการที่ยอดขายเริ่มโตลดลงเหมือนกัน )

ทำให้แสดงให้เห็นว่าการเปิดสาขาเพิ่ม ช่วยทำให้เติบโตได้จริงๆ

SPA-SSSG

D/E Ratio ก็ยังต่ำมาก

ROE/ROA ก็ยังไปได้ดี

SPA-D/E Ratio

OUTLOOK 2019

เป้าปี 2019 โต 20% จาก 1,150 ไปเป็น 1,400 ล้านบาท 

gross profit ระดับ 34-36%

net profit 18-20%

เป้าเปิด 10 สาขาในปีนี้

(ไม่รวมชบากับต่างประเทศ รวมที่รับบริหาร+ที่บริษัทขยายเอง+Stretch me)

มีพื้นที่ครบแล้ว( Let’s Relax 70% ) ปีนี้จะกระจายการเปิดมากขึ้น ไม่เหมือนปีที่แล้วที่เปิดในครึ่งปีหลัง

งบลงทุน 200-250 ล้านบาท (1 สาขาใช้ประมาณ 15-20 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่)

 

SPA-Branch Domestic expansion plan

 

 

Q&A

Let’s Relax

-ยังขยายสาขาได้ รถไฟฟ้าที่เปิดใหม่จะช่วยเปิดทำเลใหม่ๆ รวมไปถึงหัวเมืองท่องเที่ยว

น่าจะยังมีทำเลใน 3-5 ปี

-นักท่องเที่ยวจีนน่าจะรู้จัก ถือเป็น 1 ใน 3 brand spa ที่คนจีนนิยม

 

ชบา

take over บริษัท ชบา 76% (ทำเล็บ ลูกค้าคือผู้หญิง ในประเทศ)

เจ้าของเดิมถือ 24%  ไม่ได้รวมในกราฟ

คาดรายได้ปี 2019 จะเป็น 5% ของรายได้ SPA

(ถ้าดูตามเป้าที่ผบห.ให้ไว้ คือรายได้ประมาณ 70 ล้าน)

เงินลงทุนต่อสาขา ประมาณ 5 ล้านบาท

margin ใกล้เคียงกับ Let’s Relax

ตอนนี้กำลังปรับบัญชีจากบริษัทจำกัด ไปเป็นบริษัทลูกของบริษัทมหาชน

คาด Q1/2019 น่าจะรายงาน margin ที่ใกล้เคียงความเป็นจริง

ปีนี้น่าจะเปิดได้อีก 2-3 สาขา ต้องเคลียร์หลังบ้านให้ดีก่อนที่จะขยาย

 

 

ธุรกิจบริหารสปา

มีจุดเด่นคือลงทุนต่ำ กลุ่มที่เข้าไปได้คือกลุ่ม

chain โรงแรมต่างประเทศ 3-4 ดาว เช่น holiday inn, Novotel

กับกลุ่มโรงแรมที่ทำเอง บริหารเอง

2 กลุ่มนี้โตได้ แต่ต้องใช้เวลา

มีโรงแรมที่มาให้ spa บริหารเกิน 20 โรงแรม

แต่เปิดจริง 7 สาขา เนื่องจาก location ไม่ดี, ตึกเก่าไป หรือพื้นที่ขนาดเล็กไป

 

Stretch me

-คนอยากลองใช้ เพราะเป็น concept ใหม่ ยังไม่มีคู่แข่ง

แต่ location ยังไม่ใช่ใจกลางเมือง เข้าถึงยาก พยายามหา location เพิ่ม เช่น

เปิดสาขาเพิ่มที่ทองหล่อ หรือ เปิดเป็นบริการเพิ่ม ใน Let’s Relax สาขาที่มีคนไทยเยอะๆ

เช่น เอกมัย, สวนพลู

Face care กับ Stretch me ยัง contribute รายได้ไม่มาก ส่วนมากเป็นพท.ขนาดเล็ก

200 ตรม. (ขณะที่  Let’s Relax ใช้พื้นที่ 600-800 ตรม. ) แบรนด์ใหม่ต้องใช้เวลา

 

Francise

ตอนนี้มี 6 สาขา เปิดเพิ่มอีก 2 สาขาใน Q2,Q3

รูปแบบคือ francisee จ่าย up front fee 1 ก้อน+ revenue sharing

gp ของต่างประเทศกับของไทย เทียบกันไม่ได้ เพราะไม่รู้รายรับ รายจ่ายของ francisee

แต่ น่าจะน้อยกว่าไทย เพราะจำนวนสาขาน้อยกว่า  สาขาที่จีนมีลูกค้าที่ซื้อ francise ไปเปิดเพิ่มสาขา 2

อาจเกิดจากต้องการ share cost marketting  สาขาแรกเปิดที่ชายหาด เป็น outdoor ช่วงหน้าร้อนคนเยอะ

ช่วงหน้าหนาวไม่มีคน ขณะที่สาขา 2 เปิดในห้าง คนใช้บริการได้ตลอดเวลา

-ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่

-สาขาที่เซี่ยงไฮ้ 2 สาขา ไม่ใช่ของ SPA กำลังดำเนินคดี

-ยังไม่ได้ให้สิทธิใครไปมณฑลใหญ่ๆ SPA อาจไปเปิดเอง น่าจะทำรายได้ให้บริษัทได้ดีกว่า

 

สรุป หุ้น SPA

 

โดยรวมแล้วธุรกิจมีความน่าสนใจมี Let’s Relax เป็นเรือธงที่สร้างการเติบโตทั้งจากการขยายสาขา

และการโตจากยอดขายเดิม ดูคล้ายๆค้าปลีก

ขณะเดียวกัน บริษัทก็พยายามหาธุรกิจใหม่ๆ มาสร้างการเติบโตทั้ง

สร้างแบรนด์ใหม่ๆอย่าง Stretch me  และการซื้อบริษัทที่เป็น SME อย่าง ชบา

ถือว่าอาวุธครบมือจริงๆ  555

แต่ด้วย pe ระดับนี้และการเติบโตหลักๆที่ยังพึ่งพานักท่องเที่ยว

ก็น่ากังวลไม่น้อย ว่า SPA จะเติบโตต่อไปตามค่า pe ที่สูงลิ่วได้หรือไม่

ต้องติดตามกันต่อไปครับ  🙂

SPA- Overview

 

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูลและรูปจาก oopday Q4/2018

ภาพ hilight จาก  https://unsplash.com/

baggerstocks

คนธรรมดาๆ ที่ชอบคิดว่าตัวเองเป็น "ศิลปิน" ทั้งๆที่วาดรูป และเล่นดนตรีไม่เป็น ชอบการลงทุน และอ่านหนังสือเป็นกิจวัตร ความฝันก็คือ "มองหาเส้นขอบฟ้าที่อยู่ถัดไป..."

Comments are closed.
UA-36576237-2