หุ้น CHAYO : ไชโยโห่ฮิ้ว

เชื่อแน่นอนว่าใครเห็นภาพของ หุ้น CHAYO แล้วจะโห่ฮิ้วไม่ออก (กรุณาอย่าดูที่ Activate Windows นะครับ – – )

ประเด็นหลักคือการที่บริษัทมีข่าวว่าจะเพิ่มทุน PP 56 ล้านหุ้น

ผู้บริหารก็ออกมาบอกแล้วว่า จะออกให้กับกลุ่มพาร์ทเนอร์ที่ Synergy กัน

ประเด็นคือราคาขายที่ออกมานำข่าว (แต่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก  แค่เสียใจ กับเสียเงิน สำหรับผู้ถือหุ้น T_T )

ไหนๆแล้วผมก็ขอสรุปประเด็นหลักๆของบริษัท CHAYO ซะเลย เพื่อทบทวนไปในตัว

 

หุ้น CHAYO ทำมาหากินอะไร?

1.ติดตามและทวงถามหนี้ (Service business) สัดส่วนรายได้ 15%
ลูกค้าเป็นบริษัทสื่อสารและธนาคาร

2.บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Asset management) สัดส่วนรายได้ 84%
3.ให้บริการระบบข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) สัดส่วนรายได้ 1%
ทำเป็น project by project รายได้ไม่แน่นอน

4. ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ (ทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน) ตอนนี้ยื่นใบอนุญาติแล้ว น่าจะได้ต้น ม.ค.2562
เป้าหมายลูกค้าคือโรงงานที่เป็นพันธมิตรกัน ปล่อยให้ครั้งละ 10,000-20,000 บ./ราย

5.ธุรกิจอสังหา ทำเฉพาะเมื่อราคาขายทอดตลาดไม่จูงใจ อาจซื้อเข้ามาเป็น Asset พัฒนาต่อเป็นคอนโด หรือบ้านจัดสรร
อาจทำเองหรือร่วมกับบริษัทอื่นๆในการพัฒนา ธุรกิจนี้ลงทุนน้อยมาก ถ้ามีที่ดิน ที่่เหลือคือ operation   ค่าก่อสร้างกู้ธนาคารได้

 

โดยหลักๆผมจะ focus ที่ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพนะครับ

โดยหลักๆจะแบ่งเป็น

1. Un-secure (หนี้ไม่มีหลักประกัน)

ซื้อที่ราคาประมาณ 5% ของมูลหนี้ทั้งหมด

IRR ประมาณ  20%

2. Secure (หนี้ไม่มีหลักประกัน) 

ซื้อที่ราคาประมาณ 50% ของมูลหนี้ทั้งหมด

 IRR 8-25%  ถ้า location เปลี่ยนซื้อมา 100 อาจขายได้ 200 ถ้าขายเร็วจะได้ 8%

การรับรู้รายได้จะรับเป็นก้อน ตัดต้นทุนเมื่อมีการจำหน่ายออกไป เช่น ซื้อมา 50 ขายได้ 100 ลงรายได้แค่ 50 ล.

 

อธิบายวิธีการตัดต้นทุน คิดจากอะไรบ้าง?
เช่น ถ้าประมูลหนี้ 100 ล. ในพอร์ตนั้น มีลูกหนี้มา 100,000 ราย
จะแบ่งลูกหนี้ออกเป็นกลุ่ม เช่น
กลุ่มที่ 1: 30,000 รายที่มีโอกาสจะเก็บเงินได้
กลุ่มที่ 2 :70,000 รายที่ไม่มีโอกาสจะเก็บเงินได้
เงินลงทุน 100 ล้าน จะกระจายไปในลูกหนี้ 30,000 ราย
เวลาตามหนี้ได้เงิน
ถ้าเก็บเงินจาก 30,000 ในกลุ่มที่ 1 ก็จะตัดต้นทุนแล้วบันทึกเป็นรายได้
แต่ถ้าเก็บเงินจาก 70,000 ในกลุ่มที่ 2 ก็จะไม่มีการตัดต้นทุน บันทึกเป็นรายได้ทันที!!!

ระหว่างนั้นถ้ากลุ่มที่ 1 ที่มีโอกาสเก็บเงินไม่ได้ บริษัทจะตั้ง provision

 

ตั้ง target ในการตัดต้นทุนคือ 5 ปี

ปกติแล้ว ปีที่ 1-2 เก็บได้เยอะสุด  ปีที่ 3-5 เก็บได้ลดลง

 

วิธีประเมินราคาหนี้ที่จะซื้อประเมินจาก?

1.มอง outstanding

2. Agging

3.ลูกหนี้

4.หลักประกัน

 

ขนาดตลาดของหนี้ NPL
ณ Q3/2018 ประเทศไทยมีการปล่อยสินเชื่อ 15 ล้านๆ มี NPL 2.91% ประมาณ 4xx,xxx ล้าน

 

ส่วนที่ CHAYO เน้นคือ
NPL การอุปโภคบริโภค 115,848 ล.
NPL อสังหาริมทรัพย์ 23,895 ล.

 

ถ้า NPL ไม่โต?
ก็ยังหนี้เสียในระบบให้ซื้อ 400,000 ล.
Un-secured 1xx,xxx ล. Secured 3xx,xxx ล.
บริษัทที่สามารถดูด supply เหล่านี้มีไม่เยอะ เช่น BAM,SAM,JMT,CHAYO +กับอีก 2-3 บริษัท

 

กรณีที่ธนาคารพาณิชย์จะเก็บหนี้เอง?

ปกติธนาคารทำอยู่แล้ว แต่เมื่อหนี้เกิน 90 วัน ธนาคารจะเริ่มใช้ Outsource ตามเก็บ เพราะไม่คุ้มที่จะตามเก็บเอง

 

การลงทุนปี 2018
ลงทุนไปแล้ว 502 ลบ.แบ่งเป็น
1.Un-secured ลงทุน 129.38 ล. ได้มูลหนี้ 35,780 ลบ.
2.Secured ลงทุน 373.05 ล. ได้มูลหนี้ 2,721 ลบ.
รวมมูลหนี้ 38,501 ลบ.

 

แผนลงทุนปีหน้า
ใช้เงินกู้ 1,000-1,200 ลบ.(มีแผนออกหุ้นกู้ 1,000-1,200 ทยอยออกที่ละไตรมาส)
80-85% ใช้ซื้อหนี้ทั้ง Secured และ Un-secured
15-20% ใช้ปล่อยสินเชื่อ (ประมาณ 200 ลบ.)

 

 

ปัจจัยเร่งการเติบโต

1.ปีหน้า Q1/2019 จะมีหนี้ที่ตัดต้นทุนหมดมูลค่า 19,000 ลบ.( ประมาณ 47% ถ้าปีหนี้ port 40,000 ล.)

2.ผบห.ตั้งเป้าโต 15% ในปี 2019

ช่วงนี้ผมจะเล่าพื้นฐานคร่าวๆก่อน ถ้ามีโอกาสจะได้ลงเรื่องงบการเงิน

และการประเมินมูลค่าบ้างเบาๆ 🙂

 

 

Written by 

คนธรรมดาๆ ที่ชอบคิดว่าตัวเองเป็น "ศิลปิน" ทั้งๆที่วาดรูป และเล่นดนตรีไม่เป็น ชอบการลงทุน และอ่านหนังสือเป็นกิจวัตร ความฝันก็คือ "มองหาเส้นขอบฟ้าที่อยู่ถัดไป..."

UA-36576237-2